สารจากประธานกรรมการบริษัท

 
 

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์

ประธานกรรมการบริษัท

 

ในปี 2567 บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) “BEM” ดำเนินธุรกิจให้บริการระบบทางพิเศษและระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าภายใต้ความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามด้วยความพร้อมและศักยภาพในการบริหารการเดินรถไฟฟ้า  BEM ได้รับความเชื่อมั่นจากภาครัฐให้เป็นผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี  (สุวินทวงศ์) ซึ่งเป็นการขยายโครงข่ายของระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าที่บริษัทบริหารอยู่ในปัจจุบันให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการมากขึ้น  ทำให้บริษัทเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 และ รฟม. ได้ออกหนังสือให้เริ่มงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ดังนั้น คาดว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออกจะเปิดให้บริการภายในเดือนมกราคม 2571 และจะเปิดครบตลอดทั้งสายในปี 2573  ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครสะดวกมากยิ่งขึ้น และบริษัทได้ทำการจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสำหรับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) เพิ่มเติมอีกจำนวน 21 ขบวน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออก และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะสามารถเดินทางเชื่อมต่อระหว่าง 2 โครงการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ด้วยนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทเพื่อสร้างสมดุลทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ในระยะยาว สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ส่งผลให้ BEM ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ในระดับ AAA โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” อย่างต่อเนื่องในกลุ่มบริการ (Services) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และยังได้รับ การคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ในกลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Leading Organization : CALO) ระดับดีเด่น สาขาบริการประจำปี 2567 นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brand Hall of Fame 2024 บริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ และในด้านบรรษัทภิบาล บริษัทยังคงได้รับคะแนนประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ 5 ดาว หรือ ดีเลิศ (Excellent CG Scoring) ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมด้านการเงิน BEM มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้  ในปี 2567 คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน  โดยบริษัทได้ซื้อหุ้นคืนจำนวน 307,123,500 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 2.01 สำหรับผลประกอบการในปี 2567 BEM ได้สะท้อนถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท ด้วยผลกำไรสุทธิ 3,768 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 289 ล้านบาท โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งผู้ถือหุ้น ผู้ใช้บริการทางพิเศษ ผู้โดยสารรถไฟฟ้า คู่ค้า หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่เป็นส่วนสำคัญ ในการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทอย่างดีเสมอมา ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และส่งมอบบริการระบบทางพิเศษและระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว เพื่อยกระดับการให้บริการคมนาคมขนส่งของประเทศเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน สอดคล้องกับทิศทางการดําเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่า และการพัฒนาอย่างยั่งยืน 
 

 
- ลายมือชื่อ -

( นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ )

ประธานกรรมการบริษัท

 
เราใช้คุ้กกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ bemplc.co.th ของท่านที่ดีกว่าเดิม ในการใช้งานเว็บไซต์ของเรา ถือว่าท่านยอมรับการใช้คุ้กกี้ตามที่ระบุใน นโยบายคุ้กกี้